Knowledge
ตู้เซฟบานพับนอก vs บานพับใน แบบไหนดีกว่า?
หลายคนกังวลว่าบานพับนอกจะถูกตัดได้ง่าย หรือบานพับในจะดูรกตา… แต่ในฐานะช่างผู้ชำนาญการ เราอยากให้คุณมองที่ “องศาการเปิด” และ “สลักนิรภัยภายใน” เป็นหลักครับ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะบอกว่าตู้ใบนี้จะปกป้องคุณได้ดีแค่ไหน และใช้งานจริงลำบากหรือไม่
1. ตู้เซฟบานพับใน (Internal Hinge) 🚪
✅ ข้อดี (Pros)
- รูปลักษณ์ที่เรียบร้อยและสวยงาม: ด้วยบานพับที่ซ่อนอยู่ภายใน ตัวตู้และประตูจะได้ดีไซน์ที่เรียบง่ายและดูทันสมัย ลดการมองเห็นส่วนประกอบที่อาจดึงดูดสายตาผู้ไม่หวังดี
- การผสานดีไซน์: ประตูและตัวตู้เซฟที่มีความกลมกลืนกันทำให้ตู้เซฟดูมีความเป็นระเบียบและมีคุณค่าในด้านการตกแต่ง
❌ ข้อเสีย (Cons)
- เปิดได้แค่ 90 องศา: เนื่องจากประตูเปิดได้เพียง 90 องศา การเข้าถึงของสิ่งของที่มีขนาดใหญ่ภายในตู้เซฟอาจทำได้ไม่สะดวก
- ถอดประตูยาก: การซ่อมบำรุงหรือขนย้ายตู้เซฟอาจเจอกับความไม่สะดวก เนื่องจากประตูถูกติดตั้งไว้อย่างแน่นหนา
2. ตู้เซฟบานพับนอก (External Hinge) 🔓
✅ ข้อดี (Pros)
- เปิดกว้าง 180 องศา: ด้วยบานพับที่อยู่ด้านนอก ประตูสามารถเปิดได้ถึง 180 องศา ช่วยให้การนำของเข้าออกภายในตู้เซฟทำได้อย่างคล่องตัวและสะดวกสบาย (เหมาะสำหรับตู้ขนาดใหญ่ที่ต้องเก็บแฟ้ม)
- ถอดประตูได้ (บางรุ่น): ในกรณีที่ต้องการขนย้ายตู้ใบใหญ่เข้าห้องที่ประตูแคบ หรือซ่อมบำรุง ประตูที่ถอดออกได้เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ
❌ ข้อเสีย (Cons)
- รูปลักษณ์ดูไม่มินิมอล: บานพับที่ยื่นออกมาอาจทำให้ดูไม่เรียบร้อยเท่าแบบบานพับใน
- ความกังวลด้านความปลอดภัย (ที่เป็นแค่ความเชื่อ): หลายคนกลัวว่าบานพับนอกจะถูกตัดได้ง่าย แต่ความจริงคือ ตู้เซฟมาตรฐานจะมี “สลักกลอนตาย” (Dead Bolts) ที่ฝั่งบานพับด้านในเสมอ ต่อให้โจรตัดบานพับข้างนอกทิ้ง ประตูก็ยังจะล็อกแน่นหนาเปิดไม่ได้อยู่ดีครับ
🏆 สรุป: เลือกแบบไหนดี?
- เลือก “บานพับใน” ถ้าคุณชอบความสวยงาม มินิมอล และของที่จะเก็บชิ้นไม่ใหญ่มาก (เช่น ทองคำ, เงินสด, นาฬิกา)
- เลือก “บานพับนอก” ถ้าคุณเน้นการใช้งานจริง ต้องการเปิดตู้กว้างๆ เพื่อหยิบแฟ้มเอกสารหรือกล่องใหญ่ๆ ได้สะดวก
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ขอให้มั่นใจว่าตู้เซฟรุ่นนั้นมีระบบล็อกและโครงสร้างตัวตู้ที่แข็งแรงได้รับมาตรฐานครับ